
ใครอยากซื้อขายรถมือสองแต่กลัวโดนหลอก ไม่รู้ว่าควรเช็กประวัติรถยังไง หรือจะรู้ที่มาได้อย่างไร มีเรื่องอะไรต้องระวังบ้าง วันนี้ทางเรามีข้อมูลดี ๆ มาฝาก เพื่อให้คุณสามารถซื้อขายรถมือสองได้อย่างสบายใจ
ซื้อขายรถมือสอง มีช่องทางเช็กประวัติยังไงบ้าง
สำหรับช่องทางเช็กประวัติรถก่อนซื้อขายรถมือสอง สามารถเช็กได้กับกรมขนส่งทางบกโดยตรง ไม่สามารถเช็กผ่านออนไลน์ได้ โดยมีเอกสารขอเช็กประวัติทะเบียนรถกับกรมขนส่ง ดังนี้
- บัตรประชาชน ทั้งตัวจริงและสำเนา (อย่างละ 1 ฉบับ)
- หนังสือรับรองนิติบุคคลทั้งตัวจริงและสำเนา (อย่างละ 1 ฉบับ) และต้องมีลายเซ็นรับรองจากผู้มีอำนาจ
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล จำนวน 1 ฉบับ
- ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวัน ทั้งฉบับจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ
- เอกสารการซื้อขาย ทั้งตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ
- สำเนาหมายศาล จำนวน 1 ฉบับ
- หลักฐานการรับรถคืน ทั้งตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ
- หนังสือการถอนอายัดทะเบียน ทั้งตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ
- หลักฐานกรณีมอบอำนาจ ขึ้นอยู่กับบุคคลที่มอบอำนาจให้ตรวจสอบ เช่น กรณีเป็นบริษัทประกันภัย ควรมีสำเนาหนังสือแต่งตั้งตัวแทนประกันภัยมาด้วย 1 ฉบับ
**หมายเหตุ** หากจัดเตรียมเอกสารข้างต้นอย่างครบถ้วน และส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่กรมขนส่ง จะใช้เวลาในการตรวจสอบ เป็นเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง
กรณีไหนจำเป็นต้องเช็กประวัติ
หากต้องการซื้อขายรถมือสอง จำเป็นต้องเช็กประวัติ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการซื้อขาย ทั้งหมด 4 กรณี ได้แก่
- กรณีทะเบียนปลอม หากสงสัยว่ารถมือสองอาจโดนสวมทะเบียนหรือไม่ อันดับแรกสามารถเช็กด้วยวิธีง่าย ๆ การสังเกตอักษรนูน ขส มุมด้านล่างขวา หากไม่มี แสดงว่าถูกสวมทะเบียน แต่ถ้าหากยังไม่มั่นใจก็สามารถยื่นเรื่องขอตรวจสอบประวัติ หรือเลขทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกได้ด้วยตัวเอง
- กรณีทะเบียนอายัด หากต้องการตรวจสอบว่าทะเบียนรถยนต์ซีดจาง ค้างค่าชำระ ค่าปรับจราจร หรืออื่น ๆ ตามกฎหมาย ที่ส่งผลให้ไม่สามารถต่อทะเบียนหรือต่อภาษีประจำปีได้ สามารถตรวจสอบทะเบียนรถถูกอายัดหรือเช็กอายัดทะเบียนได้กับสำนักงานขนส่งในพื้นที่
- กรณีชนแล้วหนี สามารถเช็กเลขทะเบียนว่าเป็นของใคร และตามหาเจ้าของทะเบียนคู่กรณี เพื่อนำไปใช้ในการแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันเพื่อเอาผิดได้
- กรณีรถหาย คุณสามารถขอยื่นตรวจสอบประวัติทะเบียนรถ หมวดหมู่รถทั่วไปได้ด้วยการนำเอกสารต่าง ๆ สำหรับการขอเช็กประวัติข้างต้น ไปใช้เพื่อขอเช็กประวัติกับกรมขนส่งทางบกได้ด้วยตัวเองเช่นกัน
การซื้อขายรถมือสอง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของการซื้อหรือการขาย กรณีไม่มั่นใจในที่มาที่ไป ควรมีการเช็กประวัติรถกับทางกรมขนส่งทางบก เพื่อไม่ให้โดนสวมทะเบียน เป็นรถที่มีทะเบียนถูกอายัด หรือถูกขโมยมา เนื่องจากการซื้อหรือการขาย โดยมีประวัติเหล่านี้มาเกี่ยวข้องล้วนมีปัญหาตามมาทั้งสิ้น
